How-to · อ่าน 12 นาที

วิธีสังเกต SMS และคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง ก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ทุกวันนี้มิจฉาชีพใช้ SMS ปลอมและโทรศัพท์อ้างเป็นหน่วยงาน/ธนาคารเพื่อหลอกเอาข้อมูลหรือเงินมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีหลอกลวงพัฒนาให้แนบเนียนขึ้นทุกปี บทความนี้รวมจุดสังเกตและวิธีป้องกันตัวที่ทำได้ทันที เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

จุดสังเกต SMS ปลอม

จุดสังเกตคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง

ภัยใหม่ปี 2026: มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง/หน้าคนใกล้ตัว (Deepfake)

นอกจาก SMS และคอลเซ็นเตอร์แบบเดิม ปีนี้มิจฉาชีพเริ่มใช้ AI Deepfake ปลอมทั้งเสียงและหน้าตาของคนในครอบครัวหรือคนรู้จักเพื่อหลอกโอนเงิน ซึ่งอันตรายกว่าเดิมมากเพราะแนบเนียนจนแยกไม่ออกด้วยหูหรือตาเปล่า

ถ้าไม่แน่ใจว่าจริงหรือปลอม ให้ทำแบบนี้

  1. วางสายหรือไม่คลิกลิงก์ทันที อย่ากดอะไรตามที่ SMS หรือคนโทรมาบอก
  2. ติดต่อหน่วยงานนั้นกลับด้วยตัวเองผ่านเบอร์/ช่องทางทางการ ที่หาได้จากเว็บไซต์จริงหรือด้านหลังบัตร ไม่ใช่เบอร์ที่ SMS หรือคนโทรมาให้
  3. ห้ามบอกรหัส OTP กับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอ้างเป็นใครก็ตาม ธนาคารและหน่วยงานราชการไม่มีทางขอ OTP จากท่าน
  4. ห้ามติดตั้งแอป Remote Access ตามที่คนแปลกหน้าบอกทางโทรศัพท์ ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลอะไรก็ตาม
  5. ปรึกษาคนใกล้ตัวก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือให้ข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุในบ้านที่อาจตกเป็นเป้าหมายง่ายกว่า

ถ้าเผลอกดลิงก์หรือให้ข้อมูลไปแล้วต้องทำอย่างไร

สรุป

หลักจำง่ายๆ คือ "ไม่คลิก ไม่บอก ไม่โอน" ถ้าไม่ได้เป็นคนติดต่อไปเอง — หน่วยงานจริงจะไม่เร่งรัดให้ตัดสินใจเร็วๆ ทางโทรศัพท์หรือ SMS และจะไม่มีทางขอ OTP หรือให้ติดตั้งแอปควบคุมเครื่องระยะไกลเด็ดขาด ถ้าไม่มั่นใจให้วางสาย/ไม่คลิกลิงก์ แล้วติดต่อกลับด้วยช่องทางทางการด้วยตัวเองเสมอ และในปี 2026 ควรเพิ่มความระวังเรื่อง AI Deepfake ปลอมเสียง/หน้าคนใกล้ตัวด้วย เพราะแยกด้วยหูหรือตาเปล่าได้ยากขึ้นมาก การตั้งคำถามลับในครอบครัวหรือโทรกลับยืนยันด้วยตัวเองจึงสำคัญกว่าที่เคย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: SMS ปลอมมีจุดสังเกตอะไรบ้าง?

A: มักมีลิงก์แนบมาด้วยและบีบให้รีบคลิก เช่น "บัญชีถูกระงับ" หรือ "ได้รับรางวัล" ชื่อผู้ส่งอาจเป็นเบอร์แปลกหรือสะกดคล้ายของจริงเล็กน้อย และมักขอข้อมูลที่หน่วยงานจริงไม่มีทางขอผ่าน SMS เช่น รหัส OTP หรือรหัสผ่าน

Q: คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงมักขอให้เราทำอะไร?

A: มักอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ตำรวจ หรือหน่วยงานราชการ แจ้งว่าบัญชีมีปัญหาแล้วขอให้โอนเงินไปตรวจสอบ หรือขอให้ติดตั้งแอปควบคุมเครื่องระยะไกล (เช่น AnyDesk, TeamViewer) ซึ่งเป็นกลลวงที่อันตรายที่สุด

Q: ถ้าไม่แน่ใจว่า SMS หรือสายที่โทรมาจริงหรือปลอม ควรทำอย่างไร?

A: วางสายหรือไม่คลิกลิงก์ทันที แล้วติดต่อหน่วยงานนั้นกลับด้วยตัวเองผ่านเบอร์/ช่องทางทางการที่หาได้จากเว็บไซต์จริงหรือด้านหลังบัตร ห้ามบอก OTP กับใครทั้งสิ้น

Q: เผลอติดตั้งแอป Remote Access ตามที่มิจฉาชีพบอกไปแล้ว ต้องทำอย่างไร?

A: ถอนการติดตั้งทันที ปิดอินเทอร์เน็ตของเครื่องก่อน แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญทั้งหมดจากอุปกรณ์อื่นที่ปลอดภัย

Q: ถ้าตกเป็นเหยื่อไปแล้ว แจ้งเรื่องได้ที่ไหน?

A: สามารถแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านพร้อมหลักฐาน หรือแจ้งผ่านสายด่วนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เพื่อดำเนินการทางกฎหมายและอายัดเส้นทางการเงิน

Q: AI Deepfake ปลอมเสียง/หน้าคนใกล้ตัวคืออะไร ป้องกันยังไง?

A: เป็นกลโกงที่มิจฉาชีพนำคลิปเสียง/วิดีโอจริงของคนในครอบครัวไปเทรน AI ให้เลียนแบบได้ใกล้เคียงมาก แล้วโทรมาสร้างสถานการณ์เร่งด่วนขอให้โอนเงิน ต้นทุนทำคลิปปลอมเริ่มต้นแค่ 30-50 ดอลลาร์เท่านั้น ป้องกันได้ด้วยการตั้งคำถามลับในครอบครัวที่คนนอกไม่รู้ หรือวางสายแล้วโทรกลับเบอร์เดิมด้วยตัวเองเพื่อยืนยันก่อนโอนทุกครั้ง